7 ขั้นตอนติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านให้คุ้มค่าที่สุด

image_50da44bd4fc7da174bbd8ca232fe16b1

Table of Contents

Table of Contents

อยากลดค่าไฟฟ้าและใช้พลังงานสะอาด? การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 50-90% ต่อเดือน พร้อมคืนทุนใน 5-10 ปี และยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนปีละ 3-4 ตัน! ทำตาม 7 ขั้นตอนนี้เพื่อให้การติดตั้งคุ้มค่าและได้ผลลัพธ์ดีที่สุด:

  1. ตรวจสอบความพร้อมของบ้าน: ดูการใช้ไฟฟ้า วัดพื้นที่หลังคา และประเมินแสงแดด.
  2. เลือกอุปกรณ์และผู้ติดตั้ง: แผงโซลาร์คุณภาพ อินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสม และทีมติดตั้งที่เชื่อถือได้.
  3. ขออนุญาตติดตั้ง: เตรียมเอกสารให้ครบตามข้อกำหนดของหน่วยงาน.
  4. ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์: วางโครงสร้างและระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้อง.
  5. เชื่อมต่อระบบไฟฟ้า: ติดตั้งอินเวอร์เตอร์และเชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้าหลัก.
  6. ดูแลและบำรุงรักษา: ทำความสะอาดและตรวจสอบระบบสม่ำเสมอ.
  7. ติดตามผลการประหยัด: วิเคราะห์ ROI และปรับการใช้ไฟให้เหมาะสม.

ตารางเปรียบเทียบการติดตั้ง:

ขั้นตอนรายละเอียดสำคัญ
ตรวจสอบบ้านขนาดระบบ 5-6 kWp สำหรับค่าไฟ 500 kWh/เดือน
เลือกอุปกรณ์แผง Monocrystalline, อินเวอร์เตอร์ 95%+
ขออนุญาตเอกสารครบ ใช้เวลา 2-6 สัปดาห์
ติดตั้งแผงใช้วัสดุคุณภาพ ป้องกันรั่วซึม
เชื่อมต่อติดตั้งมิเตอร์สองทาง, ระบบตัดไฟ
ดูแลระบบทำความสะอาด 2-4 ครั้ง/ปี
ติดตามผลลดค่าไฟ 28,000-35,000 บาท/ปี

เริ่มต้นวันนี้เพื่ออนาคตที่ประหยัดและยั่งยืน!

ติดตั้งโซล่าเซลล์ไม่ใช้แบตเตอรี่ ข้อมูลครบ ละเอียดทุกขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบความพร้อมของบ้านสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์

การเตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์เกี่ยวข้องกับ 2 ปัจจัยสำคัญ:

วัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า

เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าย้อนหลัง 12 เดือน เพื่อให้ทราบถึงความต้องการพลังงานทั้งปี ตัวอย่างเช่น หากบ้านใช้ไฟฟ้า 500 kWh/เดือน ควรติดตั้งระบบขนาด 5-6 kWp

สามารถใช้เครื่องมือคำนวณออนไลน์จาก SolarTH โดยกรอกข้อมูลค่าไฟฟ้าและที่ตั้งเพื่อช่วยคำนวณขนาดระบบที่เหมาะสมและประเมินการประหยัดค่าไฟได้อย่างง่ายดาย

ตรวจสอบหลังคาและสภาพแสงแดด

หลังคาที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ควรมีคุณสมบัติดังนี้:

ปัจจัยค่าที่เหมาะสม
ทิศทางหลังคาหันไปทางทิศใต้ (ดีที่สุด) หรือทิศตะวันออก/ตะวันตก
มุมเอียงหลังคา15-20 องศา
พื้นที่ติดตั้งอย่างน้อย 10-20 ตารางเมตร
น้ำหนักที่รับได้รองรับน้ำหนักเพิ่ม 15-20 กก./ตร.ม.
อายุหลังคาควรเหลืออายุการใช้งาน 10-15 ปี

ตรวจสอบเงาที่อาจพาดผ่านหลังคาในช่วงเวลาต่าง ๆ ของวันและฤดูกาล เพราะเงาแม้เพียงเล็กน้อยสามารถลดประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ลงได้ถึง 25-50% หากพบว่ามีปัญหาเรื่องเงา แนะนำให้ใช้ไมโครอินเวอร์เตอร์หรือเพาเวอร์ออปติไมเซอร์ ซึ่งช่วยให้แผงโซลาร์เซลล์แต่ละแผงทำงานได้อย่างอิสระ

เมื่อมั่นใจว่าบ้านพร้อมแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเลือกอุปกรณ์และผู้ติดตั้งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: เลือกอุปกรณ์และผู้ติดตั้ง

คู่มือเลือกอุปกรณ์ระบบโซลาร์เซลล์

ระบบโซลาร์เซลล์มักประกอบด้วย 3 อุปกรณ์หลักที่ต้องพิจารณา:

อุปกรณ์อายุการใช้งานสิ่งที่ควรคำนึงถึง
แผงโซลาร์เซลล์25-30 ปีให้ประสิทธิภาพ 15-22% พร้อมรับประกันการผลิตไฟฟ้า 25-30 ปี
อินเวอร์เตอร์10-15 ปีมีประสิทธิภาพ 95% ขึ้นไป พร้อมรับประกัน 10-12 ปี
โครงสร้างรองรับ25 ปีขึ้นไปใช้วัสดุที่ทนทานและเหมาะกับสภาพอากาศ

สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ แนะนำให้เลือกแบบ Monocrystalline ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่า (15-22%) แม้ราคาสูงกว่า แต่ช่วยประหยัดในระยะยาว โดยสามารถคืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี

การเลือกและเปรียบเทียบผู้ติดตั้ง

การเลือกผู้ติดตั้งที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ติดตั้งควรมีคุณสมบัติดังนี้:

  • มีใบอนุญาตจากการไฟฟ้าและ ERC
  • มีประสบการณ์ติดตั้งอย่างน้อย 50 ระบบ
  • รับประกันงานติดตั้ง 5-10 ปี
  • ให้บริการซ่อมบำรุงภายใน 48 ชั่วโมง

ขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งอย่างน้อย 3 รายเพื่อเปรียบเทียบ ราคาติดตั้งทั้งระบบควรอยู่ระหว่าง 30-50 บาทต่อวัตต์ หากราคาต่ำกว่านี้มาก ควรตรวจสอบคุณภาพของอุปกรณ์และมาตรฐานการติดตั้งอย่างละเอียด

เมื่อเลือกอุปกรณ์และผู้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตติดตั้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 3: ขออนุญาตติดตั้งตามกฎหมาย

เอกสารที่ต้องเตรียม

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้:

หน่วยงานเอกสารที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ
เทศบาล/อบต.– แบบแปลนการติดตั้ง
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สำเนาบัตรประชาชน
2-4 สัปดาห์
การไฟฟ้าฯ (MEA/PEA)– แผนผังระบบไฟฟ้า
– รายละเอียดอุปกรณ์
– ใบรับรองผู้ติดตั้ง
4-6 สัปดาห์
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (ERC)– แบบแจ้งติดตั้งระบบ
– เอกสารยืนยันการเป็นเจ้าของบ้าน
ไม่เกิน 1 สัปดาห์

สำหรับระบบที่มีขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการแจ้งต่อ ERC โดยควรเริ่มยื่นเอกสารล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือนก่อนการติดตั้ง

สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการประหยัด

1. สิทธิประโยชน์ทางภาษี

  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทจากค่าติดตั้ง
  • ยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

2. รายได้จากการขายไฟฟ้า

  • สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับการไฟฟ้าได้ตามราคาที่กำหนด พร้อมสัญญารับซื้อที่มีระยะเวลา 25 ปี
  • ราคารับซื้ออาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดระบบและพื้นที่ติดตั้ง

สิทธิประโยชน์เหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาคืนทุนลงได้ 1-2 ปี เมื่อเทียบกับการติดตั้งที่ไม่ได้รับสิทธิ์ ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท โดยในหลายกรณีค่าดำเนินการนี้จะถูกรวมอยู่ในแพ็กเกจติดตั้งแล้ว

เมื่อผ่านขั้นตอนด้านเอกสารและการขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

ขั้นตอนที่ 4: การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์

การติดตั้งโครงสร้างและแผง

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการรั่วซึมและป้องกันความเสียหายต่อหลังคา ขั้นตอนหลักมีดังนี้:

ขั้นตอนสิ่งที่ต้องใส่ใจ
เตรียมพื้นที่หลังคาตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง และทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อย
ติดตั้งขายึดและรางใช้วัสดุกันน้ำที่มีคุณภาพ เช่น แผ่นรองกันน้ำ EPDM
วางแผงโซลาร์เซลล์ยึดแผงให้แน่น และเว้นระยะห่างประมาณ 3-4 นิ้วเพื่อช่วยระบายอากาศ

การใช้วัสดุป้องกันการรั่วซึมที่ได้มาตรฐานไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

การเดินระบบไฟฟ้า

การเดินสายไฟและติดตั้งระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด:

อุปกรณ์ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติ
สายไฟต้องเป็นสายที่รองรับการใช้งานกลางแจ้ง
ระบบตัดไฟติดตั้งสวิตช์ฉุกเฉินในระยะไม่เกิน 30 ซม. เพื่อความปลอดภัย
สายดินต้องได้มาตรฐานป้องกันฟ้าผ่า

การติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต งานวิจัยระบุว่าประมาณ 67% ของปัญหาในระบบโซลาร์เซลล์มักเกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการติดตั้ง

ระยะเวลาในการติดตั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของระบบ โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1-3 วัน เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนถัดไปคือการเชื่อมต่อระบบเข้ากับสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้า

sbb-itb-0869d3f

ขั้นตอนที่ 5: การเชื่อมต่อระบบเข้ากับสายส่งไฟฟ้า

หลังจากติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการแปลงไฟฟ้าและการเชื่อมระบบเข้ากับสายส่งไฟฟ้าหลัก

การติดตั้งอินเวอร์เตอร์

อินเวอร์เตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซลาร์เซลล์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่สามารถใช้งานในบ้านได้.

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อทำการติดตั้งอินเวอร์เตอร์:

  • ติดตั้งในพื้นที่ร่มที่มีการระบายอากาศดี และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง.
  • เลือกอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสมกับกำลังการผลิตของระบบ.
  • ตรวจสอบว่าอินเวอร์เตอร์มีระบบตรวจสอบการทำงานแบบเรียลไทม์.

การเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้า

การเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับสายส่งไฟฟ้าจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของการไฟฟ้า. นอกจากนี้ ยังต้องติดตั้งอุปกรณ์สำคัญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด:

  • มิเตอร์สองทาง: ใช้วัดปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตและใช้.
  • สวิตช์ตัดตอนภายนอก: เพื่อความปลอดภัยในระหว่างการซ่อมบำรุง.
  • ระบบป้องกันไฟฟ้าย้อนกลับ: ช่วยป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลย้อนกลับไปยังสายส่ง.

ขั้นตอนการเชื่อมต่อระบบ:

  1. ยื่นคำขอเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า.
  2. ให้การไฟฟ้าตรวจสอบระบบ.
  3. ติดตั้งมิเตอร์สองทาง.
  4. ทำการทดสอบระบบ.

เมื่อเชื่อมต่อระบบอย่างถูกต้อง คุณสามารถเริ่มขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่สายส่งได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาคืนทุนตามที่ได้คำนวณไว้ในขั้นตอนก่อนหน้า.

ขั้นตอนที่ 6: การดูแลและบำรุงรักษาระบบ

หลังจากเชื่อมต่อระบบเข้ากับสายส่งไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญต่อไปคือการดูแลรักษาระบบให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบ แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

การติดตามและตรวจสอบระบบเป็นประจำช่วยให้คุณสามารถสังเกตและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ค่าที่ควรตรวจสอบมีดังนี้:

ค่าที่ต้องติดตามความถี่ในการตรวจสอบวิธีตรวจสอบ
กำลังการผลิตไฟฟ้ารายวันเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง
ประสิทธิภาพระบบรายเดือนตรวจสอบกับค่าที่คาดการณ์ไว้
ค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้รายเดือนเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

การใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบระบบผ่านสมาร์ทโฟนช่วยให้คุณสามารถติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

การบำรุงรักษาตามกำหนดเวลา

เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้:

การทำความสะอาดแผงโซลาร์:
ควรทำความสะอาด 2-4 ครั้งต่อปี โดยใช้น้ำอ่อนและแปรงนุ่มในช่วงที่แผงมีอุณหภูมิต่ำ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

การตรวจสอบระบบ:

  • ตรวจสอบด้วยสายตาทุกเดือนเพื่อหาความเสียหาย เช่น รอยแตกหรือจุดผิดปกติ
  • ตรวจสอบอินเวอร์เตอร์ทุก 3 เดือน เพื่อตรวจดูการทำงานและการระบายอากาศ
  • ตัดแต่งกิ่งไม้ที่อาจบังแสงอย่างน้อยปีละครั้ง
  • นัดผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบอย่างละเอียดทุกปี

หากพบว่าประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างผิดปกติ (มากกว่า 20%) ให้ติดต่อผู้ติดตั้งหรือช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมช่วยให้ระบบโซลาร์เซลล์มีอัตราการเสื่อมสภาพต่ำ เพียง 0.5-1% ต่อปี ซึ่งมีผลต่อการรักษาอัตราคืนทุนตามที่คาดการณ์ไว้ในขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 7: การติดตามผลการประหยัดค่าไฟฟ้า

หลังจากที่ระบบทำงานครบ 1 ปี การวิเคราะห์ข้อมูลจะช่วยให้คุณประเมินความคุ้มค่าตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น โดยสามารถติดตามผลการประหยัดค่าไฟได้ผ่าน 3 แนวทางหลัก: วิเคราะห์ ROI, ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟ, และ ใช้เครื่องมือติดตามประสิทธิภาพ

การคำนวณผลตอบแทนการลงทุน (ROI)

นำข้อมูลจากขั้นตอนที่ 6 มาประกอบการวิเคราะห์ พร้อมอ้างอิงสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากขั้นตอนที่ 3 พบว่าการติดตั้งระบบสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 28,000-35,000 บาทต่อปี.

รายการวิธีคำนวณ
ต้นทุนรวมค่าอุปกรณ์ + ค่าติดตั้ง
ประหยัดต่อปีค่าไฟลดลง x 12 เดือน
ผลตอบแทนรวมใน 25 ปี(กำไรรวม – ต้นทุน) / ต้นทุน x 100

วิธีเพิ่มการประหยัดค่าไฟ

ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม

การปรับเวลาใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ตรงกับช่วงเวลาที่ระบบผลิตไฟฟ้าได้มากที่สุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดค่าไฟได้มากขึ้น:

  • ใช้เครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวัน
  • ตั้งเวลาทำงานของปั๊มน้ำหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟสูงในช่วงที่มีแดดจัด

การปรับพฤติกรรมนี้สามารถเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้จาก 30% เป็น 50-60% และช่วยลดค่าไฟได้เพิ่มขึ้นอีก 5,000-10,000 บาทต่อปี.

การติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า

  • ใช้แอปพลิเคชันของอินเวอร์เตอร์ เช่น SolarEdge หรือ Enphase เพื่อตรวจสอบการผลิตไฟฟ้าแบบเรียลไทม์.
  • เปรียบเทียบค่าไฟฟ้ารายเดือนกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า.
  • พิจารณาปัจจัยตามฤดูกาล เช่น ฤดูฝนอาจทำให้การผลิตไฟฟ้าลดลงถึง 30%.

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณตรวจสอบได้ว่าระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งไว้สามารถตอบโจทย์ด้านการประหยัดไฟฟ้าตามที่คาดหวังไว้หรือไม่.

สรุป: วิธีทำให้โซลาร์เซลล์บ้านคุณคุ้มค่าที่สุด

การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านสามารถเป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยลดค่าไฟได้อย่างมากในช่วง 25-30 ปี หากคุณทำตาม 7 ขั้นตอนที่แนะนำอย่างครบถ้วน โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ (ตามขั้นตอนที่ 7) และการใช้ระบบแบตเตอรี่ช่วยเสริม จะช่วยให้ระบบของคุณทำงานได้เต็มศักยภาพ และเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาว

หากคุณทำตามทุกขั้นตอนแล้ว แต่ยังมีคำถามหรือข้อสงสัย SolarTH พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของคุณจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

คำถามที่พบบ่อย

แบรนด์โซลาร์เซลล์ใดเหมาะสมที่สุด?

การเลือกแบรนด์แผงโซลาร์เซลล์ในไทยควรพิจารณาจากข้อมูลประสิทธิภาพจริงและปัจจัยสำคัญต่างๆ เช่น ทำเล ลักษณะหลังคา งบประมาณ และความต้องการใช้พลังงาน โดยสามารถแบ่งแบรนด์ออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้:

กลุ่มพรีเมียม

  • Maxeon (SunPower) และ REC เป็นตัวเลือกที่ให้ประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคืนทุนอย่างรวดเร็ว

กลุ่มระดับกลาง

  • Panasonic โดดเด่นในเรื่องความสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา

กลุ่มราคาประหยัด

  • Canadian Solar และ Jinko Solar เป็นตัวเลือกที่ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นได้ดี

การเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน แต่ยังช่วยให้การคืนทุนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในขั้นตอนที่ 7 อีกด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง