ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV คุ้มไหม? ใช้ Solar Cell EV Charger อย่างไรให้เหมาะกับบ้าน

ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV คุ้มไหม

Table of Contents

Table of Contents

ซื้อรถ EV มาแล้ว ค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันลดลง แต่ในส่วนของค่าชาร์จไฟรถก็อยากให้ลดลงเหมือนกัน แน่นอนว่าคำถามต่อไปคือ การ ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV จะช่วยลดค่าไฟได้จริงแค่ไหน และควรติด Solar Rooftop ขนาดเท่าไรถึงจะเหมาะกับการใช้งาน

ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นสิ่งที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจ เพราะการมีรถยนต์ EV ทำให้รูปแบบการใช้ไฟของบ้านเปลี่ยนไป จากเดิมที่ค่าไฟส่วนใหญ่มาจากเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป กลายเป็นมี EV Charger ซึ่งสามารถดึงกำลังไฟหลายกิโลวัตต์ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่ง Load สำคัญ

SolarTH แนะนำว่า หากกำลังวางแผนติดทั้ง Solar และ EV Charger การเริ่มจากการสำรวจ Load จริงของบ้านผ่าน บริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ จะช่วยให้สามารถออกแบบ System Size ได้เหมาะกว่าการเลือกขนาดจากค่าไฟหรือจำนวนแผงเพียงอย่างเดียว

ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV ทำงานร่วมกันอย่างไร หลักการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

ในทางเทคนิค การติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผง Solar Rooftop ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) โดยอินเวอร์เตอร์เพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า แต่ข้อเท็จจริงที่ต้องทำความเข้าใจคือ ระบบ Solar Cell EV Charger ไม่ได้หมายความว่าการติดโซล่าร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ จะทำให้เครื่องชาร์จขนาด 7 กิโลวัตต์ใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ฟรี 100% ตลอดเวลา เนื่องจากกำลังการผลิตไฟจากโซล่าร์เซลล์จะผันผวนตามปริมาณแสงแดดและสภาพอากาศ ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องการกำลังไฟชาร์จที่คงที่ หัวใจสำคัญของการติดโซล่าร์เซลล์จึงไม่ได้อยู่ที่การผลิตไฟให้เท่ากับกำลังชาร์จของรถเสมอไป แต่คือการช่วยตัดยอดการดึงไฟจากการไฟฟ้าลงตามกำลังผลิตจริง ยิ่งบ้านที่มีการจอดรถชาร์จช่วงกลางวันร่วมกับการเลือกบริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ที่ออกแบบขนาดระบบได้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดค่าไฟได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

1. หลักการแบ่งสัดส่วนการจ่ายไฟของระบบ Solar Cell EV Charger

เมื่อระบบ Solar Cell EV Charger ผลิตไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ออกมา ไฟฟ้าส่วนนี้จะถูกส่งไปจ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า (Load) ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ในบ้านเป็นลำดับแรกเสมอ หากกำลังการผลิตจากแผงโซล่าร์เซลล์ในขณะนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการไฟรวมของบ้านและเครื่องชาร์จ EV ระบบจะทำการดึงไฟฟ้าจากโครงข่ายการไฟฟ้า (Grid) เข้ามาช่วยจ่ายเสริมให้อย่างอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น ในช่วงกลางวันหากเปิดเครื่องปรับอากาศใช้ไฟ 2 กิโลวัตต์ พร้อมกับใช้งานเครื่องชาร์จ EV ที่ดึงไฟ 7 กิโลวัตต์ (รวมความต้องการไฟทั้งบ้านเป็น 9 กิโลวัตต์) ในขณะที่แผงโซล่าร์เซลล์ผลิตไฟได้ 5 กิโลวัตต์ ไฟฟ้า 5 กิโลวัตต์แรกจากโซล่าร์เซลล์จะถูกนำไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพทันที แล้วระบบจึงค่อยดึงไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาเติมส่วนที่ขาดอีกเพียง 4 กิโลวัตต์ การจ่ายไฟแบบผสมผสานนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ดึง ความคุ้มค่าของการติดโซล่าร์เซลล์บ้าน ออกมาได้อย่างสูงสุด เพราะทุกหน่วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้จะถูกนำไปตัดทอนค่าไฟจากการไฟฟ้าลงแบบเรียลไทม์

2. ปัจจัยในการประเมินความคุ้มค่าเพื่อการออกแบบระบบอย่างแม่นยำ

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) แนะนำตรงกันว่า การเลือกขนาด Solar Rooftop ควรพิจารณาให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจริง เพื่อให้เกิดสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยตรง (Self-consumption) ให้ได้มากที่สุด ก่อนตัดสินใจเลือกบริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ จึงควรพิจารณาปัจจัยหลักดังนี้

  • พฤติกรรมและช่วงเวลาในการจอดชาร์จรถ: บ้านที่จอดรถ EV และชาร์จไฟในช่วงกลางวันจะได้ประโยชน์สูงสุด เพราะดึงไฟจากโซล่าร์เซลล์ไปใช้ได้โดยตรง ส่วนบ้านที่ชาร์จรถเฉพาะช่วงค่ำ อาจต้องเน้นการลดค่าไฟจากอุปกรณ์อื่นในบ้านช่วงกลางวันแทน
  • การประเมินขนาด EV Charger ร่วมกับ Load รวมของบ้าน: การออกแบบขนาดระบบโซล่าร์เซลล์ต้องไม่มองเฉพาะกำลังวัตต์ของ EV Charger แต่ต้องนำการใช้ไฟของเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และอุปกรณ์อื่นๆ มารวมคำนวณ เพื่อเลือกขนาดอินเวอร์เตอร์และจำนวนแผงที่เหมาะสม
  • มาตรฐานงานติดตั้งและความปลอดภัย: ระบบไฟฟ้าที่ต้องรองรับทั้งการผลิตไฟบนหลังคาและการจ่ายไฟกำลังสูงให้ EV Charger จำเป็นต้องได้รับการประเมินตู้ควบคุมไฟหลัก (Consumer Unit) ระบบสายดิน และอุปกรณ์ป้องกันความร้อนเกินโดยทีมงานมืออาชีพ

Solar Rooftop ต้องติดกี่ kW ถึงจะเหมาะกับ EV Charger?

หลายคนที่กำลังวางแผน ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV มักตั้งเป้าไว้ว่าถ้าติดเครื่องชาร์จขนาดใหญ่ ก็จะต้องติดแผงโซล่าร์เซลล์ขนาดใหญ่ตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริง การเลือกขนาดระบบ Solar Cell EV Charger ให้พอดีและคุ้มค่าที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขกำลังผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานประสานกันระหว่างตัวรถ พฤติกรรมการใช้พลังงานประจำวัน และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้านด้วย

1. ดูความเร็วที่รถรับได้จริงก่อนเลือกขนาดระบบ

จุดเริ่มต้นแรกไม่ใช่การมองที่เครื่องชาร์จหรือขนาดโซล่าร์เซลล์ แต่คือ On-board Charger ที่ติดมากับตัวรถ เพราะแม้เราจะติดตั้ง EV Charger ขนาด 22 kW หรือ 7 kW แต่ถ้าตัวรถถูกออกแบบมารับไฟ AC ได้สูงสุดแค่ 6.6 kW รถก็ยังคงดึงไฟได้เพียงเท่าที่ตัวรถรองรับ การประเมินขนาดโซล่าร์เซลล์จึงควรยึดอัตราการรับไฟจริงของรถเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ลงทุนติดตั้งระบบเกินความจำเป็น

2. EV Charger 7 kW ไม่จำเป็นต้องติดโซล่าร์เซลล์ 7 kW

ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยที่สุดคือ เครื่องชาร์จขนาด 7 kW หมายถึงระบบโซล่าร์เซลล์ต้องมีกำลังผลิต 7 kW เท่ากัน แต่ในทางเทคนิค แผงโซล่าร์เซลล์จะทำหน้าที่ผลิตไฟมา “ช่วยหาร” กับไฟจากการไฟฟ้า (Grid Blending)

เช่น หากบ้านติดโซล่าร์เซลล์ขนาด 5 kWp ในช่วงแดดจัดผลิตไฟได้ 4 kW ขณะที่ EV Charger กำลังดึงไฟ 7 kW ระบบจะนำไฟฟรีจากโซล่าร์เซลล์มาใช้ก่อน 4 kW แล้วค่อยดึงไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริมอีกเพียง 3 kW เท่ากับว่าระบบช่วยเซฟค่าไฟในการชาร์จรถลงไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องดันขนาดระบบให้ใหญ่ถึง 7 kW หรือ 10 kW เพื่อปกคลุมโหลดทั้งหมดตลอดเวลา

3. ประเมินจากพลังงานที่ใช้วิ่งจริงต่อวัน (kWh) ร่วมกับไฟในบ้าน

แทนที่จะคำนวณจากกำลังไฟสูงสุด (kW Peak) การประเมินจากปริมาณพลังงานที่ใช้จริงต่อวันในหน่วยกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) จะให้ตัวเลขที่แม่นยำกว่า เช่น หากการเดินทางในชีวิตประจำวันใช้ไฟประมาณ 10–15 kWh การเลือกโซล่าร์เซลล์ขนาด 3–5 kWp ที่ผลิตไฟได้เฉลี่ย 12–20 kWh ต่อวัน ก็เพียงพอที่จะดูแลทั้งการชาร์จรถและช่วยจ่ายไฟให้เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ปั๊มน้ำ หรืออุปกรณ์ Home Office ในช่วงกลางวันได้อย่างลงตัว ตามคำแนะนำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ที่เน้นย้ำให้เลือกขนาดระบบสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้ไฟรวมทั้งบ้าน

4. บริหารพลังงานให้สมาร์ทด้วย Home Energy Management

การทำงานร่วมกันระหว่าง Solar Rooftop และ EV Charger จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมีระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะเข้ามาช่วยจัดการ การ เปลี่ยนบ้านให้เป็นสมาร์ทโฮม จะช่วยให้อินเวอร์เตอร์และ Smart EV Charger สื่อสารกันได้โดยอัตโนมัติ โดยระบบสามารถปรับการชาร์จไฟตามปริมาณแดดจริงในขณะนั้น หรือชะลอการจ่ายไฟให้รถเมื่อมีการเปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกัน ช่วยป้องกันไม่ให้ตู้ไฟในบ้านเกิดภาระโหลดเกิน และทำให้พลังงานจากแสงอาทิตย์ถูกดึงมาใช้คุ้มค่าที่สุดทุกหน่วย

ติด Solar Cell EV Charger แบบไหนถึงจะช่วยลดค่าไฟได้คุ้มค่าที่สุด?

สิ่งสำคัญของการ ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV ให้คืนทุนไวและประหยัดค่าไฟได้สูงสุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ สัดส่วนการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปใช้งานจริง (Self-Consumption) ยิ่งบ้านสามารถดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้งานได้ทันทีในช่วงกลางวันมากเท่าไร ปริมาณการซื้อไฟจากการไฟฟ้าก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นภาระไฟฟ้า (Load) ขนาดใหญ่ที่สามารถช่วยดูดซับพลังงานส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. รูปแบบการใช้งานแบบไหนที่ดึงความคุ้มค่าจากระบบได้สูงสุด?

ตามคำแนะนำของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กลุ่มบ้านที่เหมาะกับการติดตั้ง Solar Rooftop มากที่สุด คือบ้านที่มีปริมาณการใช้ไฟช่วงกลางวันสูง เช่น ผู้ที่ทำงานจากบ้าน (Work from Home) หรือมีสมาชิกครอบครัวอยู่อาศัยตลอดทั้งวัน

  • กลุ่มที่ชาร์จได้คุ้มค่าที่สุด: บ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้าจอดอยู่อาศัยในช่วงกลางวัน หรือสามารถตั้งเวลาการชาร์จไฟให้อยู่ในช่วงเวลาแดดจัด (10.00 – 15.00 น.) พลังงานจากแผงโซล่าร์เซลล์จะถูกจ่ายเข้าสู่แบตเตอรี่รถโดยตรง ช่วยตัดค่าไฟจากการไฟฟ้าออกไปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
  • กลุ่มที่ต้องปรับแผนการใช้งาน: หากสมาชิกทุกคนต้องขับรถออกไปทำงานนอกบ้านตั้งแต่เช้าและกลับถึงบ้านหลังพระอาทิตย์ตก ระบบ Solar Cell EV Charger จะทำหน้าที่ช่วยลดภาระไฟฟ้าพื้นฐาน (Base Load) ของบ้านในช่วงกลางวันเป็นหลัก แต่จะไม่สามารถจ่ายไฟเข้าตัวรถโดยตรงได้ เว้นแต่จะมีการวางแผนปรับเวลาชาร์จในวันหยุด หรือพิจารณาติดตั้งระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพิ่มเติม

2. เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ชาร์จรถ EV เอง หรือ ขายไฟส่วนเกินคืนการไฟฟ้า?

โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์รูปแถบหลังคาเรือนภาคประชาชน (ปี 2569) มีอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินอยู่ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดของการไฟฟ้า

ในเชิงเศรษฐศาสตร์ การนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เองมาใช้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะมีมูลค่าความคุ้มค่ามากกว่าการขายไฟคืนอย่างเห็นได้ชัด เพราะค่าไฟฟ้าที่เราต้องจ่ายให้การไฟฟ้าตามปกติอยู่ที่ประมาณ 4.20 – 4.70 บาทต่อหน่วย หากเราดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ชาร์จรถแทน เท่ากับเราสามารถประหยัดเงินค่าไฟไปได้ถึงหน่วยละ 4 บาทกว่า ซึ่งสูงกว่าการขายไฟคืนในราคา 2.20 บาทถึงเท่าตัว การบริหารเวลาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้อยู่ในช่วงที่มีกำลังการผลิตไฟสูงสุด จึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความคุ้มค่าให้ระบบได้มากที่สุด

3. ย่นระยะเวลาคืนทุนให้เร็วขึ้นด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี

นอกจากการประหยัดค่าไฟรายเดือนและการชาร์จรถ EV ด้วยพลังงานสะอาดแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนคือการใช้สิทธิ์สนับสนุนจากภาครัฐ เจ้าของบ้านที่ตัดสินใจติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมาใช้สิทธิ์ โซล่าร์เซลล์ลดหย่อนภาษี ตามมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลให้ระยะเวลาการคืนทุน (Payback Period) ของทั้งระบบรวมถึง EV Charger เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกหลายปี

ก่อนติดโซล่าเซลล์และ EV Charger ต้องเช็กระบบไฟอะไรบ้าง?

การติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ไม่ใช่เพียงแค่การซื้ออุปกรณ์มาเสียบปลั๊กทั่วไป เพราะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดึงพลังงานสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ยิ่งเมื่อต้องทำงานควบคู่กับระบบ Solar Rooftop การตรวจสอบและเตรียมระบบไฟฟ้าภายในบ้านจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาไฟตก สายไฟร้อนจัด หรือการลงทุนสเปกสูงเกินความจำเป็นโดยไม่คุ้มค่า

1. ระบบไฟ 1 Phase หรือ 3 Phase

เครื่องชาร์จบ้านขนาดมาตรฐาน 7 kW มักรองรับระบบไฟฟ้า Single Phase (1 Phase) ในขณะที่เครื่องชาร์จกำลังสูง 22 kW จำเป็นต้องใช้ระบบ Three Phase (3 Phase) อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนระบบไฟบ้านหรือมิเตอร์ไฟฟ้า ควรพิจารณาปัจจัยหลักควบคู่กันดังนี้

  • On-board Charger ของตัวรถ: รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นรับไฟ AC ได้สูงสุดเพียง 6.6 kW หรือ 11 kW ต่อให้เปลี่ยนระบบไฟบ้านเป็น 3 Phase และติด EV Charger 22 kW ตัวรถก็ยังดึงไฟได้เท่าที่ระบบในรถรองรับเท่านั้น
  • กำลังไฟของ EV Charger และสายเมน: ตรวจสอบว่าขนาดมิเตอร์เดิมและตู้ควบคุมไฟหลัก (Consumer Unit) มีช่องว่างสำหรับใส่เบรกเกอร์วงจรย่อยเฉพาะของ EV Charger หรือไม่ ตามมาตรฐานความปลอดภัยของการไฟฟ้า (MEA/PEA)
  • ปริมาณ Load รวมและขนาด Solar: นำการใช้ไฟของเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์อื่นๆ ในบ้านมารวมคำนวณ เพื่อให้สามารถเลือกขนาดอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และระบบโซล่าร์เซลล์ได้สอดคล้องกับกำลังไฟรวมของบ้าน

2. มาตรฐานอุปกรณ์และความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า

การทำงานร่วมกันระหว่าง Solar Rooftop และ EV Charger ทำให้เกิดการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่สูงและต่อเนื่องกว่าบ้านทั่วไป การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

อุปกรณ์หลักที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด ได้แก่ Inverter ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการแปลงไฟ DC จากแผงมาเป็นไฟ AC จ่ายเข้าบ้าน รวมถึงระบบสายดิน (Grounding System) และอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว (RCD) นอกจากนี้ การ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผงโซล่าร์เซลล์ แต่ละเทคโนโลยี ทั้งสเปกการผลิตไฟ ความทนทานต่อความร้อนสูง และระยะเวลาการรับประกัน จะช่วยให้เลือกแผงที่ผลิตไฟฟ้าได้เสถียรและจ่ายไฟให้ EV Charger ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

3. วางแผนติดตั้งให้ครอบคลุม ทั้งปัจจุบันและอนาคต

สำหรับบ้านที่กำลังวางแผนใช้งานทั้งสองระบบ การออกแบบไปพร้อมกันตั้งแต่แรกจะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการเดินสายไฟซ้ำซ้อนได้ดีที่สุด

  • กรณีมี EV แล้วกำลังจะติด Solar: ทีมวิศวกรจะประเมินพฤติกรรมการชาร์จและช่วงเวลาจอดรถ เพื่อคำนวณขนาดโซล่าร์เซลล์และวางระบบไฟบ้านให้จบในรอบเดียว
  • กรณีติด EV Charger ไปแล้ว: สามารถเพิ่มระบบโซล่าร์เซลล์ทีหลังได้ เพียงต้องให้ช่างเข้าสำรวจ Load ไฟเดิม เพื่อปรับโครงสร้างอินเวอร์เตอร์ให้ทำงานร่วมกับตู้ไฟและเครื่องชาร์จได้อย่างสมบูรณ์
  • กรณีมีแผนซื้อ EV เพิ่มในอนาคต: ควรแจ้งทีมออกแบบโซล่าร์เซลล์ไว้ตั้งแต่วันแรก เพื่อให้วางโครงสร้างตู้ไฟและเดินสายเผื่อ Capacity ไว้ล่วงหน้า โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเงิน Oversize ขนาดแผงโซล่าร์เซลล์ตั้งแต่วันแรก

สรุป

การ ติดโซล่าเซลล์ ชาร์จรถ EV สามารถช่วยลดค่าไฟจากการชาร์จรถได้จริง โดยเฉพาะบ้านที่สามารถชาร์จ EV ในช่วงกลางวันและใช้พลังงาน Solar ที่ผลิตได้โดยตรง แต่ความคุ้มค่าไม่ได้เกิดจากการนำขนาด Charger มาจับคู่กับขนาด Solar แบบ 1:1 และ EV Charger Solar 7 kW และ Solar 5 kW เองก็ไม่ได้หมายความว่าจะชาร์จรถได้เพียง 5 kW เพราะระบบไฟจาก Solar และ Grid สามารถทำงานร่วมกันเพื่อจ่าย Load ภายในบ้านตามรูปแบบระบบที่ออกแบบไว้

ดังนั้น หากกำลังวางแผนทำบ้านให้รองรับ EV Charger แถมยังต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสำรวจโครงสร้างระบบไฟฟ้าโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแพ็กเกจ หากกำลังมองหา บริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ที่ได้มาตรฐาน SolarTH พร้อมเป็นแพลตฟอร์มช่วยเปรียบเทียบและคัดสรรผู้ให้บริการมืออาชีพด้าน บริการติดตั้งโซล่าร์เซลล์ โดยเริ่มตั้งแต่การประเมินพฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา ขนาดระบบ Solar Rooftop ไปจนถึงการวางระบบ EV Charger เพื่อออกแบบโซลูชันที่ลงตัวกับบ้านมากที่สุด

FAQ

ชาร์จรถ EV ตอนกลางคืนด้วยไฟโซล่าร์เซลล์ได้หรือไม่?

ระบบ On-Grid ปกติทำไม่ได้เพราะผลิตไฟได้เฉพาะช่วงมีแดด เว้นแต่จะติดแบตเตอรี่ (ESS) เพิ่มเติม หากไม่มีแบตเตอรี่ แนะนำให้ตั้งเวลาชาร์จช่วงกลางวันในวันหยุด หรือใช้ไฟอัตรา TOU ช่วง Off-Peak ตอนกลางคืนแทน

ต้องติด Solar กี่ kW ถึงจะชาร์จ EV ได้ฟรี 100% โดยไม่ใช้ไฟการไฟฟ้าเลย?

ต้องออกแบบให้กำลังผลิตสูงกว่าโหลดรวม (เช่น EV ดึง 7 kW + บ้านใช้ 2 kW = ต้องผลิตได้ >9 kW) แต่ในทางปฏิบัติไม่จำเป็นต้องติดใหญ่ขนาดนั้น เพราะระบบ Grid Blending ช่วยดึงไฟโซล่าร์เซลล์มาตัดค่าไฟลงได้เกินครึ่งก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว

ติดตั้ง EV Charger พร้อม Solar ต้องขออนุญาตการไฟฟ้าแยกกันหรือไม่?

ต้องขออนุญาตทั้งสองส่วน โดย Solar Rooftop ต้องขอขนานไฟฟ้า (MEA/PEA/กกพ.) ส่วน EV Charger ต้องแจ้งขยายขนาดมิเตอร์หรือปรับเพิ่มวงจรไฟ การเลือกใช้ผู้ให้บริการติดตั้งแบบครบวงจรจะช่วยดูแลเรื่องเอกสารทั้งหมดให้จบในรอบเดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง